วันจันทร์ ก็จะถึงวันเกิดของเราเอง ช่วงหลังๆมานี้จะสังเกตเห็นว่าจะตรงกับวันพืชมงคลเป็นส่วนมาก พูดง่ายๆก็คือเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวกับพันธ์พืช การทำนายเกี่ยวกับบ้านเมือง ทำนายจากสิ่งที่พระโคเลือกกิน ปีนี้ก็น่าติดตามว่าผลจะเป็นอย่างไร คนไทยก็แวดล้อมมาด้วยความเชื่อเหล่านี้ ซึ่งมิอาจดูถูกได้เลย อันเนื่องมาจากว่า หาเหตุผลมาอธิบายในเวลาที่มันเกิดขึ้นจริงๆไม่ได้
จะถึงวันเกิดปีนี้ก็รู้สึกต้องเตรียมตัว การเตรียมตัวที่พูดถึง คงเป็นเพราะความรู้ที่ได้มากขึ้นเกี่ยวกับพุทธศาสนา ที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติมาหนึ่งปีเต็ม นั่นคือ การรักษาศีล การเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวยามที่จะต้องเดินทาง แม้จะเพิ่งเริ่มศึกษาได้ไม่นาน ก็ทำให้เชื่อได้เกือบๆร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ทำดีได้ดี สำหรับทำชั่วได้ชั่ว แม้จะยังไม่เห็นตัวอย่างเต็มๆ ก็ไม่มีความรู้สึกอยากจะ experience เลย จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรอยากจะบันทึกมากมาย เพราะมานั่งนึกๆแล้ว ก็พาลจะขี้เกียจพิมพ์ และนึกถ้อยคำเพราะๆมาเล่าหรือบรรยาย เกรงว่าจะไม่สามารถสื่อได้อย่างละเมียดลไมอย่างที่รู้สึกจริงๆได้ อีกทั้งการบันทึกข้อความต่างๆเหล่านี้ก็จะเก็บไว้อ่านคนเดียวสักส่วนใหญ่ ไม่ใคร่จะมีใครมาอ่าน นึกได้ดังนี้ก็แทบอยากจะปิดคอมพ์ทิ้งไป :(
แต่ถึงแม้ไม่มีใครมาอ่าน แต่เนื่องจากเจ้าตัวชอบขีดเขียน ก็คงต้องบันทึกกันไปแบบนี้ ก็รอว่าสักวันคงมีใครเห็นคุณค่า ก็จะตามมาอ่าน หรือไม่ ก็ความบังเอิญ ที่มาแบบงงงง เอาหล่ะ พร่ำซะยาว ก็จะเล่าสักทีว่า วันเกิดปีนี้ อายุก็จะครบ 33 ปีเต็ม สิ่งที่ตั้งใจอย่างมากคือ การที่จะเป็นคนที่มีคุณค่า คุณค่าต่อตัวเองและต่อผู้อื่น ความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาก็ได้หล่อหลอมให้เกิดความระลึกถึงคุณค่าของตัวเองต่อครอบครัวมากขึ้น เกิดความรักมากขึ้น เกิดความอดทนมากขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าใจว่าการปฏิบัติธรรมคืออะไร หรือแม้กระทั่งไม่เข้าใจพุทธศาสนา แต่มาถึงวันนี้ ความระลึกได้แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรู้ของคนทั่วไปที่รู้กันอยู่แล้ว ก็ต้องบอกว่า เราอ่อนด้อยปัญญาอยู่มาก ที่ไม่เคยเข้าใจ สิ่งเหล่านี้เลย จนกระทั่งได้ไปลองรักษาศึล
มาคนเดียว ตายคนเดียว ประโยคนี้ติดอยู่ในหัวมาครบปีแล้ว เป็นประโยคที่คุณแม่อาจารย์แม่ชีหวานใจ ชูกร แม่ชีเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมสวนแก้ว อำเภอจอมบึง พูดเป็นประจำ ตอนเจริญจิตภาวนาช่วงตีห้าถึงหกโมง คำว่าเจริญจิตภาวนา ก็คือ การนั่งดูจิตของเราเอง บางคนจะเรียกว่า การทำสมาธิ ก็น่าจะไม่ผิดนัก ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญของผู้บวชเนกขัมมสัมมา หรือผู้มารักษาศึล 8 ที่สวนแก้วทุกคน เราเองก็ได้มีโอกาสไปบวชเนกขัมมสัมมนา มาแล้วหลายรอบ ซึ่งรอบล่าสุด ก็เพิ่งกลับมาวันนี้ ไปในโอกาสวันวิสาขบูชา ซึ่งค่อนข้างใกล้กับวันเกิดของเราเอง ก็ถือว่าเป็นมงคลและการสะสมบุญ สะสมเสบียงไว้เดินทางยามถึงช่วงเวลานั้น
การปฏิบัติทำให้เข้าใจและเกิดความซึมซับบางอย่างเข้ามา แบบไม่น่าเชื่อ นั่นคือ การเข้าใจอย่างลึกซื้งเกี่ยวกับ ทุกขํอันเกิดจาก การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ในอดีตเคยเรียนพุทธศาสนามาตลอด ก็ไม่ feel จริงๆว่า มันทุกข์อย่างไร แต่วันนี้รู้สึกได้จริงๆ ว่า มันทุกข์เหลือเกิน อาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่ได้เห็นจริงๆ จากคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น อาม่า ที่เลี้ยงเรามาตอนเด็กๆ เคยไปเที่ยวด้วยกัน อาม่าเคยดุและน่าจะตีด้วย เมื่อยามฉี่ราดที่นอน อาม่าเคยใส่รองเท้า converse ของเราตอนอายุ 76 (ตอนนั้นไปญี่ปุ่น รู้สึกว่า อากาศจะหนาวมาก หรือรองเท้าอาม่ากัดนี่หล่ะ อาม่าก็เลยเอารองเท้า converse ที่ช่วงนั้นฮ่อตฮิตมากๆของเราไปใส่แทน โอ้สิบเจ็ดปีที่แล้วนะที่ว่าเนี่ย ปี พ.ศ. 2534) วันนี้อาม่าไม่เดินมาสองปีกว่าแล้ว อาม่าล้มและเดินไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ไม่มีโรค อาม่าวันนี้อายุ 94 ปีแล้ว นี่หล่ะเค้าเรียกว่า แก่ ซึ่งเป็นธรรมชาติของทุกคน ความเจ็บและความตายเป็นสิ่งที่เห็นมาจนชิน เพื่อนที่จากไปคนหนึ่ง ตายไปตอนอายุ 25 เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพื่อนๆเสียใจกันมาก และเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทตั้งแต่เด็กๆ คนเดียวที่ตายจากไปด้วยโรค นี่คือความเจ็บและความตาย นอกจากนี้ยังมีอาอึ้ม อาเหล่าอี้ ที่เราคุ้นเคยตอนเด็กๆที่นครปฐม ก็ป่วยและตายจากไป เค้าเรียกว่าธรรมชาติ คนเราหนีไม่พ้นจริงๆ ก็อยากที่พร่ำพรรณาไป มันทุกข์ทั้งนั้น
การปฏิบัติธรรม มันทรมานเหลือเกินในช่วงต้น ย้อนนึกถึงปีที่แล้วช่วงเวลาเดียวกันนี้ โคตรทรมาน อยากหนีกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด ตอนนั้นเริ่มตอนสักสงกรานต์ ตั้งใจอยู่สักสองสามวัน ที่ไหนได้ อยู่วันแรก ก็จะหนีกลับบ้านซะแล้ว มันร้อน มันเมื่อย มันนอนไม่หลับ ปวดขา แต่ก็คงเป็นเพราะว่า เป็นคนชอบทดลอง ไปครั้งแรกไม่น่าประทับใจ ก็ขอไปรอบสอง อยากรู้ว่า จะยังอยู่ได้ไม๊ ครั้งสองก็ไปช่วงวันวิสาข ก็เหมือนเดิม แต่ก็รู้สึกว่า ง่ายกว่าครั้งแรก หลังจากนั้นก็ไปรอบสาม รอบสี่ รอบห้า ครบทุกงาน วันแม่ วันเกิดคุณแม่อาจารย์ วันพ่อ วันปีใหม่ อืมม์ น่าจะมีวันอาสาฬห ด้วยหรือเปล่า จำไม่ได้แน่ชัด ก็สรุปว่า ไปรอบหลังๆ เริ่มนอนได้ เริ่มเกิดความรู้สึกปิติ ในบางครั้ง ยามนั่งเจริญจิตภาวนา แต่ชอบสุดคือ การสวดมนตร์ ทำวัตรเช้าและเย็น จนทำมาครบหนึ่งปีเต็มๆ ตอนนี้เป็นปีที่สองแล้ว ก็พัฒนามาเล็กน้อย คือ ปีนี้อยู่ได้สองคืน :) (ปีที่แล้วอยู่ได้หนึ่งคืน ของทุกงวด) คิดว่าชีวิตมี development & learning ปีที่แล้วการได้เข้าใจธรรมมะ ถือเป็น Success สำคัญของชีวิต
ก็จะมาถึงวันเกิด มาคนเดียว ตายคนเดียว เกิดมานี้ก็มีบุญมากแล้ว ได้เกิดมา เค้าว่าก็ต้องเร่งสร้างบุญ เพราะถ้าไปเกิดเป็นสัตว์ก็คงไม่ได้สร้างบุญ ดังนั้นได้เกิดมาแล้ว ก็ต้องรีบเร่งสร้างบุญกันไปซะ เป็นไงหล่ะ ธรรมมะ ขนาด :)
นอกจากความเลื่อมใสในการปฏิบัติธรรมที่มีวันนี้ ก็ต้องวกมาที่เรื่องเหลือเชื่อ บางคนใช้คำว่า ปาฏิหาร์ย ก็แล้วแต่ ที่วันนี้หลายอย่างก็ได้ฟัง ได้ยิน และคิดว่าได้เจอมาบ้าง ที่ทำให้เกิดความมั่นใจ ว่า ทำดีต้องได้ดี วันนี้คงไม่อยากเล่าอะไรมาก ไว้มีโอกาสคงได้บรรยาย เพื่อเก็บบันทึกไว้อ่าน ยามแก่เฒ่า
สุดท้ายก็ขอขอบคุณ ป่าป๊า ที่เป็น Role Model และเป็น inspiration สำคัญสำหรับการปฏิบัติธรรม
Happy Birthday to me
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)